ลิมโฟไซท์ (Lymphocyte)

ลิมโฟไซท์ (Lymphocyte) แต่เดิมนั้นมีผู้คิดว่าลิมโฟไซท์ไม่มีหน้าที่ใดๆ เลยแต่ในปัจจุบันทราบดีว่า ลิมโฟไซท์ มีหน้าที่สำคัญๆ หลายอย่างทั้งที่ทราบดีแล้ว และที่ยังไม่ทราบแน่นอนก็มีอยู่มาก


ภาพ : A scanning electron microscope (SEM) image of a single human lymphocyte.
ภาพจาก https://th.wikipedia.org/ลิมโพไซท์

ลิมโฟไซท์ (Lymphocyte) เป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์มีกระดูกสันหลัง รวมถึงมนุษย์ อาจแบ่งออกเป็น
a) เซลล์ที T cells (ระบบภูมิคุ้มกันแบบปรับตัวและการทำลายเซลล์)
b) เซลล์บี B cells(ระบบภูมิคุ้มกันแบบปรับตัว ทำงานผ่านแอนติบอดี) เป็นเซลล์ที่พบเป็นส่วนใหญ่ในระบบน้ำเหลือง (lymph) จึงได้ชื่อว่าลิมโฟไซต์ (“เซลล์น้ำเหลือง”)
c) เซลล์เอ็นเค (natural killer/NK cell) ทำหน้าที่ในระบบภูมิคุ้มกันแบบพื้นฐานและการทำลายเซลล์)

เซลล์ที T cells

เซลล์ที T cells เป็นเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ประเภทหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกันแบบปรับตัว สามารถแยกจากลิมโฟซัยต์ชนิดอื่นๆ ได้ จากการที่สามารถตรวจพบตัวรับทีเซลล์ (T-cell receptor) ได้บนเยื่อผิวของเซลล์นี้
เช่นเดียวกับเม็ดเลือดขาวอื่นๆ หลายชนิด เซลล์ทีมีต้นกำเนิดมาจากเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูก ตัวอ่อนเซลล์ทีที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจะย้ายที่ไปอยู่ในต่อมไทมัส ซึ่งชื่อเซลล์ทีก็มาจากต่อมไทมัสนี้เอง หลังจากนั้นเซลล์ทีก็จะพัฒนาต่อจนกลายเป็นเซลล์ทีชนิดย่อยๆ ต่อไป แม้เซลล์ทีเหล่านั้นจะเคลื่อนที่ออกจากต่อมไทมัสแล้วก็ตาม เซลล์ทีชนิดย่อยต่างๆ มีหน้าที่ที่สำคัญและแตกต่างกันไปในการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย

หน้าที่ของ T cells จะเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันโดยผ่านทาง cell-mediated immunity หมายถึงการสร้างเซลล์เพื่อฆ่าเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอม ส่วน B cells มีหน้าที่ในการสร้างภูมิคุ้มกัน Antibodies ในขบวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเมื่อสิ่งแปลกปลอมซึ่งอาจจะเป็นเซลล์ที่จะกลายเป็นมะเร็ง หรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายก็จะเจอ เซลล์ macrophage มาทำลาย และส่งผ่าน Antigen ให้กับเซลล์ lymphocyte ก็คือทั้ง T cells และ B cells

ในส่วนของ T cells เมื่อได้รับ Antigen จาก macrophage ก็จะแบ่งเป็นเซลล์ 2 ชนิดคือ T helper cells ซึ่งจะสร้างสาร cytokines ทำให้เซลล์ T cells มีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้น ทั้ง T helper cells และ cytotoxic T cells ซึ่งจะมีหน้าที่ทำลายเซลล์ที่แปลกปลอม

โดยสรุปแล้ว T cells จะมีอยู่สามชนิดตามหน้าที่

  1. Helper T-cells เป็นเซลล์ lymphocyte ที่เคลื่อนไปตามหลอดเลือดทำหน้าที่ลาดตระเวน หากพบเชื้อโรคหรือเซลล์แปลกปลอมก็จะหลั่งสาร cytokines เพื่อเรียกให้เม็ดเลือดขาวอื่นมาช่วย หากพบว่าเป็นเซลล์ปกติของร่างกายก็จะหยุดกระบวนการทำลายเซลล์ แต่หากพบว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมจริง ก็จะมีการหลั่งสารดังกล่าวเพื่ม และมีเซลล์อื่นๆ มายังบริเวณดังกล่าวเพื่อทำลายเชื้อโรคหรือเซลล์แปลกปลอม
  2. Suppressor T-cells เป็นเซลล์ที่ควบคุมการทำลาย หากพิสูจน์แล้วว่าเซลล์ที่แปลกปลอมเป็นเซลล์ปกติ หรือสิ่งแปลกปลอมหมดพิษแล้ว เซลล์ก็จะสั่งยุติการทำลาย
  3. Killer T-cells หรือ cytotoxic T cells เป็นเซลล์ที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่มีภูมิหรือมีสารอื่นอยู่ที่ผิวเพื่อบ่งบอกว่าเป็นสารแปลกปลอม เซลล์นี้จะไม่ทำลายเซลล์ปกติของร่างกาย


การทำให้ภูมิคุ้มกันของรายกายแข็งแรง คือการทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง นั้นเอง ซึ่งเบต้ากลูแคนช่วยทำหน้าที่กระตุ้นเม็ดเลือดขาว ให้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โดยทั่วไปเบต้ากลูแคนที่มีคุณภาพสูงจะประกอบด้วย

    • คาร์โบไฮเดรตไม่น้อยกว่า 80 % (กลูแคนเป็น polyglucose)
  • 1,3-d-glucan ไม่น้อยกว่า 85 %
  • ไม่มีน้ำตาลหรือกลูโคสเจือปน
  • ตรวจไม่พบไขมันและโปรตีน ไขมันทำ ให้ไม่สามารถย่อยสารช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และโปรตีน อาจมีผลกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้
  • มีขนาดอนุภาคเฉลี่ย 0-5 ไมครอน (1 ไมครอน เท่ากับ 1 ในล้านเมตร)
  • ปลอดจากเชื้อแบคทีเรีย และสารประกอบอื่นๆ ที่ไม่ต้องการ

อ้างอิง

  1. สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย http://tsh.or.th/Knowledge/Details/83
  2. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี https://th.wikipedia.org/wiki/เม็ดเลือดขาว
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Natural_killer_cell
  4. หนังสือเรียนชีววิทยา ว041 , หนังสือเรียนชีววิทยาเล่ม 1 ว010
  5. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ 8 / เรื่องที่ 6 เลือดและธนาคารเลือดในประเทศไทย / ส่วนประกอบของเลือดและประโยชน์ของเลือดต่อชีวิตมนุษย์
  6. University of Minnesota Health represents a collaboration between University of Minnesota Physicians and University of Minnesota Medical Center.
    https://www.mhealth.org/patient-education/cdr0000258195
  7. Kasetsart University Library https://www.lib.ku.ac.th/eng/index.php/covid-19/1054-nkcell

 1,342 total views,  2 views today

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save