ระบบภูมิคุ้มกันเป็นอวัยวะที่ซับซ้อน ประกอบด้วยเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะอย่าง (specialized cell) แม้แต่ในระบบหมุนเวียน ยังแยกระบบออกจากเส้นโลหิต แต่ทั้งหมดยังทำงานด้วยกันเพื่อทำ ให้เชื้อโรคหายไปจากร่างกายได้ อวัยวะของระบบภูมิคุ้มกัน อยู่กระจายทั่วร่างกาย เรียกว่าอวัยวะน้ำเหลือง (lymphoid organ) คำว่า “lymph” (น้ำเหลือง) ในภาษากรีซ หมายถึง ความบริสุทธิ์ หรือ ลำธารใส มีความหมาย เหมาะสมกับลักษณะและวัตถุประสงค์

ท่อน้ำเหลือง (Lymphatic vessel) ประกอบเป็นระบบหมุนเวียนที่ร่วมปฏิบัติการอย่างใกล้ชิดกับการไหลเวียนของเลือด ท่อน้ำ เหลือง และต่อมน้ำเหลือง (lymph node) เป็นส่วนหนึ่งของระบบหมุนเวียนที่ลําเลียงน้ำเหลือง, ของเหลวใสที่มีเม็ดเลือดขาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็น lymphocyte น้ำเหลืองหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อของร่างกาย และท่อน้ำเหลืองรวบรวมและเคลื่อนย้ายน้ำเหลือง สุดท้าย
กลับไปสู่การไหลเวียนของเลือด ต่อมน้ำเหลืองเป็นจุดบนเครือข่ายท่อน้ำเหลืองและเป็นที่พบปะสำหรับเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันที่ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา
ม้าม (spleen) อยู่ด้านบนขวาของท้อง ทำหน้าที่เช่นเดียวกัน โดยเป็นสถานที่ที่เซลล์ระบบภูมิคุ้มกันเผชิญหน้ากับจุลินทรีย์ที่
แปลกปลอมเข้ามา อวัยวะและเนื้อเยื่อของระบบภูมิคุ้มกันเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายป้องกันร่างกาย ปิดกั้นการติดเชื้อ
เนื้อเยื่อน้ำเหลือง จำนวนมากกระจายอยู่ทั่วร่างกาย เช่น ไขกระดูก (bone marrow) ต่อม thymus, tonsils, adenoid, Peyer’s patches และไส้ติ่ง โดยเป็นเนื้อเยื่อน้ำเหลืองเช่นกัน ทั้งนี้เซลล์ภูมิคุ้มกัน และโมเลกุลแปลกปลอมเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองโดยผ่านเส้นโลหิตหรือท่อน้ำเหลือง เซลล์ภูมิคุ้มกันทั้งหมดออกจากระบบน้ำเหลืองและทันทีกลับเข้าสู่กระแสเลือด เม็ดเลือดขาว (lymphocyte) ถูกทำลายแล้วระบบภูมิคุ้มกันจะทำ งานอย่างไร?
เซลล์ที่เจริญไปเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่เฉพาะหลายชนิด ซึ่งไหลเวียนตลอดระบบภูมิคุ้มกัน ถูกผลิตในไขกระดูก ซึ่งอุดมด้วยสารอาหาร เป็นเนื้อเยื่อที่มีลักษณะยืดหยุ่น พบตรงกลางของกระดูกที่ยาว และแบน เช่น กระดูกเชิงกราน เซลล์ที่ผลิตส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นเม็ดเลือดขาว lymphocyte มีจำนวนเกือบถึง ล้านล้านล้าน (trillion)

ภาพที่ 21 แสดงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ที่มา: (https://www.health24.com/Diet-and-nutrition/theimmune-system/the-first-line-of-defense-20120721)
เม็ดเลือดขาว lymphocyte แบ่งออกเป็นสองชนิดใหญ่ๆ B cell เจริญเติบโตจนครบอายุในไขกระดูก และ T cell เจริญเติบโตใน thymus ซึ่งอยู่ในส่วนบนของหน้าอก หลังกระดูกหน้าอก B cell ผลิต antibody ซึ่งไหลเวียนในกระแสของเลือดและน้ำเหลือง และโจมตีสารหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย และทำเครื่องหมายเพื่อให้เซลล์ตัวอื่นทำลาย

ภาพที่ 22 เซลล์เม็ดเลือดขาวเข้าโจมตีสารหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย
ที่มา: (http://www2.nsysu.edu.tw/Bio/images/commen/defen93/defen7.gif)
B cell เป็นส่วนหนึ่งของระบบการป้องกันของระบบภูมิคุ้มกัน (humoral immunity) ที่มีชื่อเช่นนี้ เพราะ antibody ไหลเวียนในเลือดและน้ำเหลือง ซึ่งภาษากรีซโบราณเรียก body’s humor
B cell จะเปลี่ยนเป็น plasma cell ซึ่งทำ หน้าที่ผลิต antigen เมื่อสิ่งแปลกปลอมสัมผัสการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
T cell บางอย่างที่ตระเวนหาสิ่งแปลกปลอมที่รุกเข้ามาในเลือดและน้ำเหลือง สามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าการทำเครื่องหมายสิ่งแปลกปลอมโดยโจมตีและทำลายเซลล์เชื้อโรคเมื่อจำได้ว่ามาจากข้างนอก T- lymphocyte รับผิดชอบระบบภูมิคุ้มกันจากเซลล์ (cell-mediated immunity or cellular immunity) และทำหน้าที่บังคับและประสานภาพรวมของระบบภูมิคุ้มกัน

ภาพที่ 23 แสดงระบบการป้องกันของภูมิคุ้มกัน
ที่มา: (http:// dianhusadariapujiningrum.
blogspot.com/p/word-artikel.htm)
Antibody ที่ผลิตโดย B cell เป็นรูปแบบพื้นฐานที่มีความจำ เพาะเจาะจงต่อชนิดของสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา กรอบหน้าที่ของ antibody ไม่เปลี่ยนแปลง ระบบภูมิคุ้มกันเลือกชนิดของ antibody ไปต่อกรกับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา โดยผ่านการสื่อสารทางเคมีและจากเซลล์
อย่างไรก็ตาม ประเภทของ antibody มีหลากหลายมาก antibody ที่ต่างกันทำหน้าที่ต่างกันออกไป บางชนิดทำหน้าที่เคลือบสิ่ง
แปลกปลอม ทำให้เป็นที่สนใจต่อ scavenger cell และ phagocyte กลืนกินจุลินทรีย์เหล่านี้โดยโมเลกุลคู่ของ antibodies ทันทีที่สัมผัสกับสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ช่วยกันทำลายและเคลื่อนที่ออกจากร่างกาย โดยมี antibody บางชนิดทำหน้าที่ขัดขวางไวรัสที่
แทรกเข้าไปในเซลล์

ภาพที่ 24 ลักษณะของแอนติบอดีที่เข้าจับสิ่งแปลกปลอม
ที่มา: (https://www.infettivibrescia.it/ sit02005/generalita-
sulle – malattie/i-Vaccini/figura-8.html)
T cell มีบทบาทสองประการในการป้องกันภูมิคุ้มกัน ปกติ T cell จำ เป็นสำหรับการประสานการตอบสนองระบบความร่วมมือของเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดต่างๆ บางอย่างของ Helper T cell หรือเป็นที่ทราบกันอีกชื่อหนึ่ง เรียกว่า CD4 positive T cell (CD4+T
cell) จะปลุก B cells สร้าง antibody ซึ่งมีความสามารถเช่นกันในการกระตุ้น T cells อื่นๆ และเม็ดเลือดขาว macrophage มีอิทธิพลต่อชนิด antibodies ที่ผลิตขึ้น

ความสามารถเช่นกันในการกระตุ้น T cells อื่นๆ และเม็ดเลือดขาว macrophage มีอิทธิพลต่อชนิดของ antibody ที่จะผลิตเช่นกัน
T cell ที่เรียกว่า CD8 positive T cell (CD8+T cell) สามารถเป็น killer cell ที่โจมตี และทำลายเซลล์ติดเชื้อ killer T cell มีชื่ออื่นเรียกเช่นกัน cytotoxic T cell หรือ CTLs (cytotoxic lymphocyte)
T lymphocytes ที่กลายมาเป็น CD4+ หรือ helper T cell หรือกลายมาเป็น CD8+ cell ซึ่งสามารถกลับมาเป็น killer T cell และมีอีกชื่อเรียก cytotoxic T cell
สนใจหนังสือเบต้ากลูแคน ติดต่อที่ 02-147-5900-1 คุณ ลัดดา (กุ้ง) ฟรี ค่ะ
625 total views, 1 views today
ที่มา | หนังสือ เบต้ากลูแคน (Beta Glucan) “สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยค้นพบมา” โดย รศ.ดร. องอาจ ผ่องลักษณ์